FreelanceLivingNews

อาชีพเสริมแม่บ้าน – 7 เทคนิครับเขียนบทความออนไลน์

Q: ดิฉันไม่มีประสบการณ์เรื่องเขียนบทความเลย แต่ถ้าจะเริ่มต้นเขียนบทความ ควรจะเริ่มต้นอย่างไร

ปัจจุบันเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันตั้งแต่ลืมตาตื่นนอน ไปจน Say Goodnight หลายเรื่องสามารถนำศักยภาพของเทคโนโลยีออนไลน์มาช่วยทำให้ชีวิตง่ายขึ้นได้ แต่บทความนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่อง “การสร้างรายได้เสริม จากอาชีพนักเขียนอิสระ” ให้คุณแม่แม่ ทั้งหลายที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเจ้าตัวเล็ก หรือเว้นว่างจากงานประจำ ได้นำไปใช้เป็นแนวทางเพื่อก้าวเข้าสู่วงการนักเขียนต่อไป

คุณจะได้เรียนรู้อะไร

  1. หาต้นแบบ
  2. เขียนจาก Passion
  3. มองหาแหล่งข้อมูล
  4. Mix & Match สร้างเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
  5. ศึกษาการเขียนเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ
  6. เสริมความรู้ด้านธุรกิจ
  7. ใช้เทคโนโลยีเสริมประสิทธิภาพ

1. หาต้นแบบ

สำหรับแม่แม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการเขียนแบบจริง ๆ จัง ๆ สักทีนั้น หากจะเริ่มต้นให้ง่ายที่สุดคือ “อ่านบทความที่ชอบ เพื่อหาต้นแบบ”

Q: ถ้าฉันยังไม่แน่ใจว่า บทความที่ชอบอ่านอยู่จะใช้เป็นต้นแบบการเขียนได้ จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้ต้นแบบที่เหมาะสม

จากคำถามนี้ ก็มีคำตอบอยู่ในตัวเองแล้ว “บทความที่ชอบอ่าน” คุณแค่ลองถามตัวเองว่าทำไมจึงชอบอ่านบทความนี้ เขียนโดยนักเขียนคนนี้ แล้วลิสประเด็นออกมาเป็นข้อ ๆ ลองมาดูตัวอย่างดังนี้

  • แยกประเภทเนื้อหา – นิยาย / ตลก / ความรัก / เทคโนโลยี / กินเที่ยว เป็นต้น
  • วิเคราะห์รูปแบบการเขียน – เล่าเรื่อง / ชวนให้ขบคิด / สร้างแรงบันดาลใจ
  • องค์ประกอบเนื้อหา – ใช้รูปจากประสบการณ์จริง / แทรก VDO / แทรกกรณีศึกษา / มีแหล่งอ้างอิงน่าสนใจ
  • อื่น ๆ – อ่านง่ายผ่านมือถือ / จัด Layout อ่านง่าย

การหาต้นแบบให้เจอนั้นมีความสำคัญ เพราะเป็นเสมือนเข็มทิศที่ช่วยชี้แนวทางให้คุณเห็นภาพสุดท้ายของบทความที่คุณจะเขียน ซึ่งหากภาพที่คุณเห็นนั้น “ตรงใจ” กับแนวทางของคุณ การเริ่มต้นนี้ก็เป็นเรื่องกล้วย ๆ แล้วละ

2. เขียนจาก Passion

ถ้าวันนี้คุณจะเริ่มต้นทำงานอะไรสักอย่าง เป็นงานที่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง แม้มีอุปสรรคมาขัดขวาง คุณก็เอาชนะได้หมด เป็นงานที่ทำได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่พวงกับเวลา ไม่ซีเรียสเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ และในหัวของคุณก็มักจะคิดอะไร ๆ เกี่ยวกับงานนี้ได้ตลอดเวลา

คุณลักษณะงานที่กล่าวถึงไปนั้นเรียกว่า Passion

Vitamin แนะนำให้คุณแม่แม่ได้เริ่มต้นงานเขียนด้วย Passion ของตัวเอง แล้วข้อจำกัดต่าง ๆ ก็จะเป็นเสมือนสายลมที่พัดผ่านมา ซึ่งไม่ได้ทำให้เป็นอุปสรรคใด ๆ นอกจากรู้สึกเย็นสบาย

3. มองหาแหล่งข้อมูล

แหล่งข้อมูลที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นที่สุดคือ “ความรู้ และประสบการณ์” ที่คุณมีอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูล และไม่ต้องเดินทางไปไหน ทั้งนี้ หากต้องการสอดแทรกความหลากหลายของเรื่องราว แนะนำให้ใช้วิธีผสมผสานระหว่างออนไลน์ กับ ออฟไลน์

หากวันนี้คุณต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ อย่ามองหาจาก Google คุณต้องออกไปหา ออกไปสัมผัสจริง

การนำเรื่องราวที่ได้จากประสบการณ์จริง มาผสานกับสิ่งที่มีอยู่แล้วในโลกออนไลน์ ก็เป็นการสร้างสรรค์งานให้มีเอกลักษณ์ได้เช่นเดียวกัน

สุดยอดนักเขียน JK Rowling

I do believe something very magical can happen when you read a good book – J.K. Rowling 

4. Mix & Match สร้างเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

การผสมผสานเพื่อสร้างความแตกต่าง โดดเด่น เสมือนเป็นหัวใจสำคัญของการเขียนบทความ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับข้อที่ 3 หากได้ข้อมูลที่ดีมา เนื้อหาส่วนนั้นมักถูกนำมาใช้เป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง การดำเนินเรื่องก็ใช้เทคนิคการเขียนไม่ต้องซับซ้อนมากนัก เช่น Zoom-In

Zoom-In เทคนิค คือ การดำเนินเรื่องแบบใช้เนื้อหาส่วนขยายค่อย ๆ นำเข้าหัวใจสำคัญของเรื่อง การเขียนในลักษณะนี้ก็เหมือนการดำเนินเรื่องของละครทั่วไป ซึ่งตอนจบเป็นจุดไคลแม็กซ์ หากไม่เริ่มอ่านมาตั้งแต่ต้น ก็ยากที่จะทำความเข้าใจเนื้อหา

การ Mix & Match เนื้อหาถือเป็นเทคนิคการเขียนที่มีข้อดีหลายประการดังนี้

  • ประหยัดเวลา – ผู้เขียนสามารถนำข้อมูลจากใกล้ตัว ผสานกับข้อมูลที่หาได้จากแหล่งอื่น
  • มีเอกลักษณ์ – เนื้อหาสาระไม่ซ้ำแบบใคร ผู้เขียนสามารถนำข้อมูลเดิมมาตีความใหม่ แล้วแทรกด้วยประเด็นข้อมูลใหม่ ๆ ลงไป โดยยังคงหัวใจสำคัญของเรื่องเอาไว้
  • กลุ่มเป้าหมายกว้าง – เนื้อหาที่เกิดจากการผสมผสานนั้น เหมาะกับผู้อ่านหลายหลายกลุ่ม เช่น เขียนเรื่องเทคโนโลยี แทรกด้วยปรัชญาแนวคิด ช่วงอายุของผู้อ่านก็จะกว้างขึ้นกว่าเดิมมาก

5. ศึกษาการเขียนเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ

งานเขียนมีหลายวัตถุประสงค์ ขึ้นอยู่กับว่าผู้เขียนต้องการสื่อสารเรื่องอะไร ทั้งนี้ สามารถแบ่งวัตถุประสงค์ออกได้เป็น 3 ประเด็นหลัก

  • ให้ความรู้
  • ส่งเสริมภาพลักษณ์
  • สนับสนุนการขาย การตลาด

การเขียนเพื่อให้ความรู้ เหมาะกับผู้ที่เริ่มต้นเข้าสู่วงการนักเขียน เพียงนำความรู้และประสบการณ์มาเขียนเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ศึกษา แต่หากเป็นการเขียนเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่เหลือ ผู้เขียนต้องมีข้อมูลหลาย ๆ ด้านมาประกอบกัน เช่น เขียนเพื่อสนับสนุนแผนการตลาด ผู้เขียนก็ต้องหาความรู้เรื่องสินค้า ตลาด และความต้องการของผู้บริโภคมาเป็นเนื้อหาสาระในบทความ

การจะเป็นนักเขียนที่มีคุณภาพได้นั้น ต้องมี 3 มาก 1. หาความรู้มาก 2. อ่านมาก 3. ฟังมาก

ไม่ว่าวันนี้คุณจะเริ่มต้นการเขียนด้วยวัตถุประสงค์อะไร การหาความรู้ใหม่ ๆ ก็ยังเป็นหัวใจสำคัญ ที่ช่วยให้บทความของคุณมีความน่าสนใจเสมอ

นิ้วกลม คำคมนักเขียน

หนังสือมีตัวตนเยอะมากที่มีส่วนผสมของคนอื่น แต่หนังสือนี่แหละจะช่วยผสมเราคนใหม่ขึ้นมาได้ จนทำให้เราเป็นเราได้ นิ้วกลม อ้างอิง: Nanmeebooks

6. เสริมความรู้ด้านธุรกิจ

แม้ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หัดเขียน อย่างน้อยก่อนเริ่มต้นเขียน คุณก็ควรจะทราบว่า ผู้อ่านของคุณเป็นใคร ซึ่งก็เป็นหนึ่งใน 4Ps คือการกำหนดเป้าหมาย (Place) ผู้ที่จะมาเป็นลูกค้าของคุณนั่นแหละ

การปฏิเสธว่าคุณขายไม่เป็น ก็เสมือนเป็นการโกหกตัวเอง เพราะแม้แต่การที่คุณกำลังสร้างความเชื่อใจให้อีกฝ่าย ก็เป็นการขายอย่างหนึ่ง ธุรกิจจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก

ข้อเสียของการเขียนโดยไม่นำความรู้ด้านธุรกิจมาใช้ อย่างน้อยก็คือการกำหนดเป้าหมายผู้อ่าน นอกจากจะทำให้คุณเสียเวลาแล้ว ยังส่งผลถึงวัตถุประสงค์การเขียนที่ไร้ทิศทางด้วย

7. ใช้เทคโนโลยี

ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน หากวันนี้คุณใช้จดหมายสื่อสารแทนมีมือถือ คุณก็คือคนแปลกประหลาดของสังคม แล้วเราจะใช้เทคโลยีเพื่อสนับสนุนงานเขียนได้อย่างไร

  • Search Engine หาข้อมูล
  • Social media หา Interest ของกลุ่มเป้าหมาย
  • Cloud ใช้เก็บข้อมูลแบบออนไลน์ เข้าใช้ได้ทุกที่
  • Keyword research หาไอเดียการเขียน
  • Digital asset สร้าง profile ให้ตัวเอง

การใช้เทคโนโลยีได้อย่างหลากหลายเพื่อสนับสนุนงาน คือข้อได้เปรียบของนักเขียนยุคดิจิตอล

ในโลกออนไลน์นั้นมีความรู้มากมายให้ออกไปเก็บเกี่ยว นั่งอยู่ที่บ้านแต่คุณสามารถท่องเที่ยวไปได้ทั่วโลกเพียงคลิกเดียว นักเขียนที่ดีจึงต้องนำศักยภาพของเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้กับงาน

ทุกคนเป็นนักเขียนได้ อ่านให้เยอะ เรียนรู้ให้มาก และที่สำคัญลงมือเริ่มเขียนตั้งแต่วันนี้…Kitiya, Zapmum editor in cheif

 

การจะเป็นนักเขียนทีดีได้นั้น คุณต้องรักการอ่าน ไขว่รู้ และฟังให้มาก ซึ่งทักษะเหล่านี้จะนำมาซึ่งงานเขียนที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ในตัวเอง

Previous post

อี๋หนูไม่กินผัก! ลูกมีพัฒนาการช้า ป่วยง่ายนะคุณแม่

Next post

ลูกติดมือถือ - สัญญาณร้ายที่แม่แม่ต้องใส่ใจ

Vitamin

Vitamin

Vitamin มีงานอดิเรกคือเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โครงการหลวง ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ศึกษาปรัชญาเพราะมีเรื่องให้ขบคิดแบบไม่ปวดหัว มีเป้าหมายว่าอยากให้พ่อและแม่ สอนลูกให้มีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) มากกว่าความรู้ (IQ) เพื่อให้ลูกสามารถเอาชนะปัญหาในชีวิตด้วยปัญญา มีความกตัญญู

1 Comment

  1. Thaniya
    September 23, 2018 at 8:43 am — Reply

    ยุคนี้นักเขียนไม่ไส้แห้งแล้ว ขอบคุณ Internet ที่มาช่วยเปลี่ยนแปลงให้

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *