LivingNews

ลูกติดมือถือ – สัญญาณร้ายที่แม่แม่ต้องใส่ใจ

คุณแม่ลองนึกถึงสถานการณ์ที่กำลังคุยกับลูก แต่ลูกมัวแต่ก้มหน้า ก้มตาเล่นมือถือสิ…ตอนนั้นคุณแม่แม่รู้สึกอย่างไร!

คงปฏิเสธไม่ได้นะคะว่าสมัยนี้คือสังคมก้มหน้าอย่างเต็มรูปแบบรวมไปถึงลูกลิงของแม่แม่ทังหลายอีกด้วย แหม่ก็สะดวกเลี้ยงลูกแบบนี้สบายง่ายดีใช่มั่ยคะ แต่เคยรู้กันบ้างมั่ยเอ่ยว่าเรื่องง่ายๆ ที่เราทำกันทุกวันคือการทำร้ายลูกทางออ้มยิ่งนานวันเข้ายิ่งจะมีข้อเสียลูกติดหนึบแยกจากกันไม่ได้อีกแล้วจะทำไงดี ลองหันมาทำความเข้าใจกับพฤติกรรมที่เป็นต้นเหตุให้ลูกติดมือถือและแก้ปัญหาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านั้นกันดีกว่าค่ะ

คุณแม่แม่จะได้เรียนรู้อะไร

ลูกติดมือถือ พฤติกรรมเลียนแบบจากสภาพแวดล้อม

  • เลิกก้มหน้าเมื่ออยู่กับลูก – การที่คุณแม่เล่นมือถือตลอดที่อยู่กับลูก จะทำให้ลูกเกิดการรับรู้ว่าเป็นสิ่งที่ตนเองสามารถทำได้ และด้วยความอยากรู้อยากลองตามวัย จึงทำให้เขาเริ่มที่จะร้องเอาโทรศัพท์มือถือของคุณแม่มาเล่นบ้าง ซึ่งจากการสำรวจพบว่าคุณแม่ส่วนใหญ่มักจะยอมให้ลูกเล่นโทรศัพท์เพราะคิดว่าไม่มีผลอะไร
  • อย่าแก้ปัญหาลูกงอแงด้วยมือถือ – แน่นอนว่ามันได้ผลดีเลยทีเดียวเพราะเมื่อลูกดึงความสนใจไปอยู่ที่มือถือหมดแต่นี่ถือเป็นข้อผิดพลาดอย่างหนักสำหรับคุณแม่เลยทีเดียวเพราะยิ่งลูกติดมือถือมากเท่าไหร่จะทำให้พัฒนาการในด้านต่างๆ ของลูกช้าลงและอาจทำให้ลูกเสี่ยงต่อการเป็นเด็กสมาธิสั้นได้อีกด้วย
  • อย่าซื้อมือถือให้ลูก – เด็กบางคนพ่อแม่ซื้อมือถือ หรือแท็บเล็ตไว้ให้ต่างหาก เพื่อให้ลูกได้เล่นเกมส์ ดูยูทูป หรือสื่อต่างบนอินเตอร์เน็ตได้อย่างเต็มที่พอลูกรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นของเขาลูกจะแสดงอารมณ์โกรธและโมโหฉุนเฉียวถ้าพ่อแม่บอกให้หยุด

จะแก้ไขอะไรก็อย่าลืมไปนะว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกติดมือถือมาจากพฤติกรรมของคุณแม่ ดังนั้นจึงต้องเริ่มจากการแก้ไขที่ต้นเหตุด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณแม่ใหม่นะค่ะ

สร้างแบบอย่างที่ดี “แก้ปัญหาโรคพ่อแม่ไม่มีเวลา”

  • ทำกิจกรรมอื่นๆ สร้างแรงจูงใจให้ลูก – อย่าปล่อยให้ลูกเล่นเกมส์เป็นเวลานานเพราะจะทำให้เด็กใช้สายตามากเกินไปพ่อแม่ต้องเป็นส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรมในทุกๆ ด้านการได้ทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกันช่วยสร้างความใกล้ชิดระหว่างลูกได้อีกด้วย
  • ยึดข้อตกลงเป็นสำคัญ – ก่อนที่พ่อแม่จะปล่อยให้ลูกได้เล่นควรทำข้อตกลงร่วมกันก่อนบอกว่าเล่นได้แค่ไหนเล่นเสร็จแล้วต้องทำอะไร เพื่อไม่ให้ลูกจดจ่อกับโทรศัพท์ หรือแท็บเล็ตมากเกินไป
  • พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี – จะเลี้ยงลูกให้ดีได้ในยุคดิจิทัลนั้นเราควรมีวินัยในตัวเองก่อนหากเราใช้สื่อเทคโนโลยีมากเกินไปกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่ลูกอีกทั้งยังส่งผลให้เวลาในการดูแลเอาใจใส่ลูกน้อยลงด้วย

โรคพ่อแม่ไม่มีเวลา แท้จริงก็คือ เพราะขาดความใส่ใจ เห็นความสำคัญของเรื่องอื่นมากกว่าที่จะให้เวลาลูก

ผลกระทบที่คุณแม่ไม่อยากรับรู้

Dr. Jenny Radesky กุมารแพทย์แห่งศูนย์การแพทย์บอสตันสหรัฐอเมริกาและเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านพัฒนาการของเด็ก

Dr. Jenny Radesky กุมารแพทย์แห่งศูนย์การแพทย์บอสตันสหรัฐอเมริกาและเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านพัฒนาการของเด็ก

จากการศึกษาของ Dr. Jenny Radesky กุมารแพทย์แห่งศูนย์การแพทย์บอสตันสหรัฐอเมริกาและเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านพัฒนาการของเด็กได้ศึกษาพฤติกรรมของพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก ๆ ที่รับประทานอาหารในร้านอาหารพบว่าพ่อแม่ 55 คนใช้สมาร์ทโฟนในระหว่างการรับประทานอาหารแม้ว่าเด็กจะร้องไห้ หรือแสดงพฤติกรรมที่เรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่อย่างไรก็ตามพ่อแม่จะสนใจการพูดคุยโทรศัพท์มากกว่าลูก

Dr. Radesky กล่าวว่าเด็กเรียนรู้ภาษาเกี่ยวกับอารมณ์และการควบคุมอารมณ์ของตนเองโดยการเฝ้าดูอากัปกิริยาการสนทนา และการแสดงออกทางสีหน้าของผู้คนที่อยู่รอบตัว หากเด็กหรือพ่อแม่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอ เด็กจะขาดการเรียนรู้ดังกล่าวซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการในด้านต่าง ๆ เด็กจะต้องการให้ผู้อื่นตอบสนองต่อตนเองในแบบอย่างเดียวกับที่สมาร์ทโฟนตอบสนองคือต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมีสีสัน บางครั้งอาจถึงขั้นก้าวร้าว

หากเด็กหรือพ่อแม่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอ เด็กจะขาดการเรียนรู้ภาษาเกี่ยวกับอารมณ์ และการควบคุมอารมณ์ของตนเอง

อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยถึงแม้คุณแม่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกติดมือถือแล้วแต่การหยิบมือถือมาใช้บ่อยๆ ก็อาจทำให้ลูกเกิดความสนใจและเมื่อเผลอตั้งมือถือเอาไว้ลูกก็อาจหยิบมาเล่นจนติดมือถือได้เหมือนกันดังนั้นมาเรียนรู้ที่จะเลี้ยงลูกไม่ให้ติดมือถือกันดีกว่า

Previous post

อาชีพเสริมแม่บ้าน - 7 เทคนิครับเขียนบทความออนไลน์

Next post

แฟชั่นแม่-ลูกคู่เก๋ในวันสบาย สไตล์เสื้อยืดแม่ลูกสุด Cute!

Orange

Orange

No Comment

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *