News

ชัวร์ก่อนแชร์ – ผงชูรส อันตรายจริงหรือ

ชัวร์ก่อนแชร์ – ผงชูรส อันตรายจริงหรือ
3.9 (78.82%) 17 votes

มีคนจำนวนไม่น้อยที่รับรู้ว่า “ผงชูรส” เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีประโยชน์เพียงช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับรสชาติอาหารเท่านั้น แต่ตอนนี้วิทยาการก้าวหน้าไปมากขึ้น มีการทดลองและศึกษาถึงประโยชน์และโทษที่แท้จริงของผงชูรสอย่างละเอียด ทำให้ตอนนี้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนว่า ผงชูรสไม่เป็นอันตรายอย่างที่ข่าวลือผิด ๆ เพราะหากผงชูรสทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพจริง แล้วทำไมยังมีการผลิตและจัดจำหน่ายอย่างถูกกฏหมายอยู่ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว “ผงชูรส ดีไหม” และเป็นอันตรายหรือเปล่าหากบริโภคเข้าไป ประเด็นเหล่านี้เราควรทำความเข้าใจให้ชัดเจน!!

ผงชูรส อันตรายจริงหรือ - 100 ปีการค้นพบกลูตาเมต

100 ปี แห่งการค้นพบรสชาติอูมามิ ปี พ.ศ.2451 ศ.ดร. คิคุนาเอะ อิเคดะ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวอิมพีเรียล ค้นพบรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ จากการสกัด “กลูตาเมต” ในสาหร่ายทะเลคมบุ และพบว่าเป็นที่มาของรสชาติความอร่อย และเรียกรสชาตินี้ว่า “อูมามิ” ซึ่งนับเป็นเวลากว่า 100 ปีแห่งการค้นพบครั้งสำคัญ – www.ajinomoto-aroi.com

ผงชูรส อันตรายจริงหรือ

ก่อนที่เราจะตัดสินว่า ผงชูรส อันตรายไหม ต้องมาศึกษากันก่อนว่าเจ้าผงชูรสนี้ทำมาจากอะไร แล้วอันตรายกับกับร่างกายจริงหรือเปล่า

ผงชูรสเกิดขึ้นจากการนำอาหารจากธรรมชาติมาหมัก เช่น กากน้ำตาลอ้อย และน้ำตาลจากแป้งมันสำปะหลัง จนได้ผลึกเล็ก ๆ ขาวใสบริสุทธิ์ที่ เราเรียกว่าผงชูรส นั่นเอง ซึ่งกระบวนการคล้ายกับการผลิตเบียร์ น้ำปลา น้ำส้มสายชู ซีอิ๊ว รวมไปถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ ซึ่งของจำพวกนี้สามารถรับประทานได้ปกติ ผงชูรสก็เช่นกัน

ผงชูรส อันตรายจริงหรือ - ผงชูรสไม่ใช่สารพิษ

“ผงชูรสไม่ใช่สารพิษอะไร มันเป็นสารปรุงแต่งรสชาติอาหาร เมื่อนำไปใส่อาหารจะมีรสชาติอร่อย” “อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์” อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในผงชูรสมีกลูตาเมต ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง พบได้ในอาหารและเครื่องปรุงต่าง ๆ รวมถึงร่างกายของเรา และปัจจุบันมีการศึกษาจนค้นพบว่ามี กรดอะมิโน กลูตาเมตในนมแม่ด้วย ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งยืนยันว่าผงชูรสไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด

กลูตาเมต คืออะไร?

กลูตาเมต เป็นกรดอะมิโนชนิดที่พบมากที่สุดในโปรตีนตามธรรมชาติ และมีอยู่ในอาหารตามธรรมชาติ ทั้งที่อยู่ในรูปของโปรตีนในอาหาร และกลูตาเมตอิสระ ซึ่งมีทั้งที่มีอยู่ตามธรรมชาติและจากเครื่องปรุงรสที่เติมลงไปในอาหาร เช่น น้ำปลา ซีอิ้ว และผงชูรส กลูตาเมตอิสระในอาหารทำหน้าที่ให้รสชาติที่ชื่อว่า รสอูมามิ หรือ รสอร่อยกลมกล่อม นั่นเอง

ผงชูรส อันตรายจริงหรือ - ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกลูตาเมตในผงชูรส ผลิตมาจากไหน

ผงชูรส อันตรายจริงหรือ? กรดอะมิโนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ กับกลูตาเมตจากผงชูรสไม่มีความแตกต่างกัน และในอาหารธรรมชาติที่เรารับประทานในแต่ละวันนั้นมีกลูตาเมตมากกว่าที่ได้รับจากผงชูรส 20-40 เท่า – ดาวน์โหลด Infographic ผงชูรส อันตรายจริงหรือ?

จากที่มีการศึกษา แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ได้ระบุไว้ว่า “กลูตาเมต” เป็นสารสื่อประสาทในสมองอย่างหนึ่งที่เรียกว่า “excitatory” ไม่ว่าเราจะได้รับกลูตาเมตในน้ำนมแม่ หรืออาหารอื่นๆ ก็ตาม กลูตาเมตจะเข้าไปทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาทและสมอง

เมื่อปี พ. ศ. 2512 มีการศึกษาวิจัยความเกี่ยวข้องของกลูตาเมตกับระบบเซลล์ประสาทและสมอง โดยการทดลองฉีดกลูตาเมตเข้าไปในหนูแรกเกิด ผลปรากฏว่าหนูทดลองตัวนั้นเกิดความผิดปกติของระบบประสาทและสมอง จากเหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนเข้าใจว่า “ผงชูรส” หากกินเข้าไปในปริมาณมากจะทำให้เกิดอันตรายกับสมอง ความเชื่อนี้ถูกส่งต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน และถึงแม้เวลาล่วงเลยมานาน แต่ก็ยังไม่มีการทดลองลักษณะนี้กับมนุษย์เลย นั่นเท่ากับว่ายังไม่มีงานวิจัยจากสถาบันใดที่ยืนยันได้ว่าการรับกลูตาเมตเข้าไปในร่างกายมากๆ จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ผงชูรส ดีไหม - ชัวร์ก่อนแชร์ ผงชูรสส่งผลกระทบต่อสมองจริงหรือ

คำถาม: มีการทดลองนำผงชูรสให้สัตว์กิน ปรากฎว่ามีผลต่อการมองเห็นและสมอง ตอบ: นั่นก็มีข้อมูลในสัตว์ทดลอง แต่ว่าการทดลองนี้ไม่สามารถทำซ้ำได้ ทำในแลปอื่นก็ให้ผลไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นผลนี้ไม่แน่นอนครับ ผศ. นพ. สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ กรรมการบริหารสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย – รายการชัวร์ก่อนแชร์

ผงชูรส ข้อเท็จจริง vs ความเข้าใจ

ผงชูรส ดีไหม - ผงชูรสถ้าไม่ได้รับเข้าสู่ในร่างกายมากเกินไปก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ เพราะกลูตาเมตในผงชูรสส่งผลต่อระบบประสาทไม่รุนแรงนักเมื่อเข้าสู่ร่างกาย

ผงชูรสถ้าไม่ได้รับเข้าสู่ในร่างกายมากเกินไปก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ เพราะกลูตาเมตในผงชูรสส่งผลต่อระบบประสาทไม่รุนแรงนักเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ของเหลวในร่างกายก็จะทำการย่อยสลายออกไปจึงทำให้ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายหากไม่ได้รับในปริมาณที่มากเกินไป – Dr. Russell Blaylock ศัลยแพทย์ทางระบบประสาท วารสารตีพิมพ์ในปี 1996

ข้อมูลจากหนังสือชื่อ Excitotoxins: The Taste That Kills เขียนโดย Dr. Russell Blaylock ศัลยแพทย์ทางระบบประสาทตีพิมพ์ในปี 1996 ระบุว่า

“ผงชูรสถ้าไม่ได้รับเข้าสู่ในร่างกายมากเกินไปก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ เพราะกลูตาเมตในผงชูรสส่งผลต่อระบบประสาทไม่รุนแรงนักเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ของเหลวในร่างกายก็จะทำการย่อยสลายออกไปจึงทำให้ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายหากไม่ได้รับในปริมาณที่มากเกินไป”

และยังมีการศึกษาจาก American Chemical Society องค์กรที่ทำการศึกษาด้านเคมีในอาหารของอเมริกา ยืนยันไปในทางเดียวกันกับ Dr. Russell Blaylock ว่า

“ผงชูรสไม่อันตรายอย่างที่หลายคนเข้าใจเพราะเมื่อเรารับประทานอาหารที่มีผงชูรสเข้าไปในขณะที่ท้องยังว่างน้ำย่อยจะย่อยสลายผงชูรสไป และก็จะขับออกจากร่างกายตามระบบขับถ่ายปกติไม่สะสมในร่ายกายอยู่นาน ฉะนั้น ผงชูรสจึงไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเรา ถ้าเราไม่ได้รับในปริมาณที่มากเกินกว่าร่างกายจะขับออกได้”- American Chemical Society

และนอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังยืนยันว่า ผงชูรสไม่อันตราย และไม่มีจำกัดปริมาณในการใช้สำหรับการปรุงรสอาหาร
อีกทั้งยังมีคำยืนยันจาก ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ กรรมการบริหารสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า

ผงชูรส อันตรายจริงหรือ - คำยืนยันจาก ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ กรรมการบริหารสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย

“ยังไม่มีผลการศึกษาทางการแพทย์ใดที่ปรากฎว่าผงชูรสก่อปัญหาสุขภาพเฉพาะเลย ไม่ว่าจะเป็นการขาดวิตามิน การเป็นต้อหิน ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง หรือการเป็นสาเหตุทำให้ปัญญาอ่อน อีกทั้งยังไม่เคยปรากฎว่ามีใครเคยเสียชีวิตเพราะการรับประทานผงชูรสเลย” – ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ กรรมการบริหารสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย

แต่ก็ยังมีบางคนที่กินผงชูรสแล้วมีอาการแปลกๆ เกิดอาการแพ้ นั่นเป็นเพราะระบบประสาทของผู้แพ้ไวกว่าปกติ แม้ได้รับในปริมาณเพียงเล็กน้อยก็จะรู้สึกชาที่ลิ้น ปากและลำคอได้ แต่ก็ไม่ได้อันตราย ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมงอาการก็จะดีขึ้นเอง ทั้งนี้จากคำยืนยันของหลาย ๆ องค์กร ทำไมทุกวันนี้เรายังเชื่อว่าผงชูรสให้โทษต่อร่างกายอยู่ล่ะ?

ผงชูรสทำให้หัวล้าน จริงไหม ?

ดังความจริงข้างต้น ที่ว่าผงชูรสไม่มีอันตรายใดๆ ต่อร่างกายเลย ฉะนั้น ทฤษฏีที่ว่า การกินผงชูรสทำให้หัวล้าน!! นั้นไม่จริงเลย… เรื่องนี้ ศ.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ หัวหน้าสาขาวิชาตจวิทยา (หน่วยผิวหนัง) ยืนยันเช่นกันว่า

ผงชูรส ทำให้หัวล้านจริงหรือ

การรับประทานผงชูรสไม่ทำให้ผมร่วงและหัวล้าน เป็นเพียงความเชื่อของแต่ละบุคคลเท่านั้น เพราะสาเหตุที่แท้จริงของอาการผมร่วงหัวล้านเกิดขึ้นจากปัจจัยด้านร่างกายอื่น ๆ เช่น กรรมพันธุ์ ฮอร์โมน ปัจจัยด้านอาหารแทบไม่ส่งผลต่อการหลุดร่วงของผมเลยด้วย – ศ.นพ. ประวิตร อัศวานนท์ หัวหน้าสาขาวิชาตจวิทยา (หน่วยผิวหนัง) คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย– รายการชัวร์ก่อนแชร์

จากหลักฐานงานวิจัยและคำยืนยันจากหลายหน่วยงาน มั่นใจได้ว่า ผงชูรสไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพแน่นอน เจ้าผงชูรสนี้อาจไม่ได้มีประโยชน์มากมายแต่ก็ไม่ได้ร้ายและก่อให้เกิดโทษ แต่อย่างไรก็ตามการบริโภคควรอยู่ในบริมาณที่พอดี ไม่ว่าอะไรก็ตามที่มากเกินไปก็ย่อมจะส่งผลเสียได้ทั้งนั้น

ผงชูรส Ajinomoto ผลิตจากกระบวนการหมัก จึงได้กลูตาเมตตามธรรมชาติ

อายิโนะโมะโต๊ะ® เกิดจากกระบวนการหมักสารละลายน้ำตาลด้วยจุลินทรีย์ ทำให้เกิดเป็นกลูตาเมตอิสระซึ่งไม่แตกต่างจากกลูตาเมตในวัตถุดิบธรรมชาติ เพื่อให้ได้รสอูมามิบริสุทธิ์ ด้วยหลักฐานทางวิชาการมากมายที่ยืนยันถึงความปลอดภัยในการบริโภคโดยทั่วไป ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการประเมินความปลอดภัยอาหารทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติให้การยอมรับและรับรองความปลอดภัยในการบริโภคผงชูรส เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยมาอย่างยาวนานจนถึงทุกวันนี้ – cr.ajinomoto-aroi.com

สรุปข้อเท็จจริงเรื่องผงชูรส

  • ผงชูรสเกิดขึ้นจากกระบวนการหมักอาหารธรรมชาติ อย่างกากน้ำตาลอ้อย และน้ำตาลจากแป้งมันสำปะหลัง จนได้ผลึกเล็ก ๆ ขาวใสบริสุทธิ์ที่ เราเรียกว่าผงชูรส
  • ผงชูรสมีกลูตาเมต ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง พบได้ในอาหารและเครื่องปรุงต่างๆ รวมไปถึงในน้ำนมแม่ด้วย
  • องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันว่า ผงชูรสไม่อันตรายเราจึงมั่นใจได้ว่าผงชูรสไม่ได้ส่งผลเสียต่อร่างกาย
  • มีการทดลองนำผงชูรสให้สัตว์กิน ปรากฎว่ามีผลต่อการมองเห็นและสมอง แต่การทดลองนี้ไม่สามารถทำซ้ำได้
  • เราสามารถรับประทานผงชูรสได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ทั้งนี้ก็ควรรับประทานแต่พอดี
  • ผงชูรสไม่ได้ทำให้หัวล้าน แต่การที่ผมร่วงและหัวล้าน เกิดจากปัจจัยได้ร่างกายอื่นๆ เช่น กรรมพันธุ์ และ ฮอร์โมน
Previous post

หัวล้าน ในผู้หญิงรักษาได้หรือมั้ย?

Next post

รับมืออย่างไร! เมื่อคนใกล้ตัวเป็น โรคซึมเศร้า

YingB

YingB

No Comment

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *